โครงการเสริมศักยภาพเด็กไทย “ก้าวไกลรับ AEC”

สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ร่วมสนับสนุนการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษกับ

โครงการเสริมศักยภาพเด็กไทย “ก้าวไกลรับ AEC”

จากกระแส AEC ที่กำลังบูมอยู่ในขณะนี้ ทำให้ บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด และ บริษัท ช่อชัยพฤกษ์ จำกัด ร่วมผนึกกำลังหวังพัฒนาศักยภาพให้เด็กไทย มีความรู้ความเข้าใจในวิชาภาษาอังกฤษ เท่าเทียมกับนานาประเทศในอาเซียน ส่งผลให้เกิดโครงการ “คืนสู่สังคม ด้วยการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านภาษาอังกฤษ” ณ โรงเรียนจ่านกร้อง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552 -2561) โดยมีวิสัยทัศน์ให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพภายในปี 2561 จะต้องมีการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ประกอบกับสภาพปัญหานักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการสอบ O-NET, NT, LAS ต่ำในวิชาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิชาภาษาอังกฤษต่ำที่สุด ซึ่งโรงเรียนจ่านกร้อง เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ด้วยเหตุนี้นักเรียนจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้มีการจัดทำโครงการนี้ขึ้น 

นายมณเฑียร ม่วงศรีศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 39 กล่าวว่า “ความคาดหวังของเขตพื้นที่นี้ สิ่งแรกก็คือ คุณครู ซึ่งมีหน้าที่ในการให้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาอังกฤษกับเด็ก แต่ความรู้ที่ครูมีนั้น ไม่อยากจะให้ถ่ายทอดออกมาเป็นไวยากรณ์ หรือเน้นเนื้อหามากเกินไป อยากให้เน้นในเรื่องการสื่อสาร และฝึกความกล้ามากกว่า ซึ่งจะเห็นได้ว่านักเรียนไม่ค่อยกล้าพูดภาษาอังกฤษ ทั้งกับครู ชาวต่างชาติ เพื่อนต่างโรงเรียน หรือในค่ายภาษาอังกฤษ ประการที่สองคือ สื่อการเรียนการสอน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีสื่อการสอนมากมายให้เลือกใช้ ทั้งจากบริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด และช่อชัยพฤกษ์ ที่เป็นผู้สนับสนุนเรามาโดยตลอด อยากให้คุณครูเลือกใช้สื่อให้ถูกต้องเหมาะสมกับความสามารถของเด็ก” 

“ต่อมา ประการที่สามคือ ทีมผู้บริหารการศึกษา ซึ่งเป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้โครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จ ทางผู้บริหารต้องเข้าให้ความช่วยเหลือเรื่องงบประมาณ การเตรียมวิทยากร หรือแม้แต่ช่วยดำเนินกิจกรรมต่างๆ ประการสุดท้ายคือ หน่วยงานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเขตพื้นที่ และ สพฐ.ด้วย จะต้องกำหนดออกมาให้ชัดเจนเรื่องการจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ และสามารถดำเนินการออกมาเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน แนวทางการจัดแผนการเรียนการสอนจะแปรผันไปตามการเมือง ตามผู้บริหารระดับสูง จึงทำให้การดำเนินกิจกรรมไม่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และอาจเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ”

ดร.ช่วยชาติ ตันตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้อง กล่าวว่า “สำหรับทีมผู้บริหารโรงเรียน คุณครู และผู้ปกครองของนักเรียนก็มีแนวความคิดตรงกับเขตพื้นที่ ผมเชื่อว่าทุกโรงเรียนก็คงให้ความสำคัญกับภาษาต่างประเทศเหมือนกัน สำหรับโรงเรียนจ่านกร้องได้เริ่มให้มีการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนและเสริมทักษะวิชาภาษาอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการใช้เทคโนโลยีการศึกษาออนไลน์ พร้อมให้ความสำคัญกับการสื่อสารภาษาอังกฤษในชั้นเรียน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเพิ่มความหลากหลายไปอีกหลายภาษา เช่น จัดการสอนภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีนพื้นฐาน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น เพราะผมมีความเชื่อว่า ทักษะทางภาษาของนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน พร้อมทั้ง ยังมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เช่น ส่งคุณครูไปอบรมสัมมนา ศึกษาต่อ และรับคุณครูต่างชาติเจ้าของภาษามาสอนโดยตรง สิ่งเหล่านี้เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนานักเรียนเราอยู่แล้วครับ”

อาจารย์ขนิษฐา ปราบไพรี โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า “ปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษที่ทำให้เด็กไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ครูมองว่า ข้อแรกมาจากผู้เรียน สองคือผู้สอน สามคือโอกาส ซึ่งนักเรียนจะพูดเสมอว่าภาษาอังกฤษยาก มองในแง่ลบไว้ก่อนว่าทำไม่ได้ ก็เลยทำไม่ได้จริงๆ นักเรียนจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษกับครู กับเพื่อน หรือสื่อสารกับชาวต่างชาติ สำหรับสื่อการเรียนการสอนที่มีอยู่ในขณะนี้คือ อยากจะให้มีตัวอย่างการสื่อสารเยอะๆ เพราะนักเรียนจะได้ก็อบปี้ตาม พูดตาม ออกเสียงตาม จะถูกจะผิดก็ขอให้ได้เริ่มต้นพูดไว้ก่อน ส่วนครูผู้สอนก็ต้องมีกิจกรรมให้นักเรียนทำเยอะๆ ให้โอกาสในการสนทนา แค่นี้ก็จะช่วยเพิ่มพัฒนาความกล้าให้นักเรียนแล้วค่ะ ” 

ผศ.อินทิรา บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด กล่าวว่า “ตัวสำนักพิมพ์เองถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมต่อระหว่างนโยบายทางการศึกษาของ สพฐ. เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อนำไปสู่โรงเรียน และจุดหมายปลายทางก็คือ นักเรียน ซึ่งเป็นผู้ใช้ตำราเรียนและสื่อการเรียนการสอนต่างๆ โดยตรง สำหรับในส่วนของสำนักพิมพ์ จะมีส่วนที่ค่อนข้างยากในการคัดเลือกตำราเรียนคือ ผู้ซื้อไม่ได้ใช้ ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ เพราะคนที่เลือกตำราเรียนไปใช้คือคุณครู แต่ผู้ที่ใช้จริง คือนักเรียน ดังนั้น เราจึงต้องคำนึงและพิถีพิถันในการคัดสรรตำราเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และเราต้องมีความพร้อมในการจัดหาสื่อเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับครูผู้สอน ในขณะเดียวกันตำราเรียนที่เด็กๆ ใช้จะต้องไม่ดูน่าเบื่อ และมีเนื้อหาต่างๆ ที่ทันยุคทันสมัย เหมาะสมกับวัย ทั้งหมดนี้คือปัจจัยหลักที่เราคำนึงถึงตลอดเวลาในการจัดหาสื่อ”

“นอกจากนี้ ในฐานะที่สำนักพิมพ์อยู่ในแวดวงการศึกษามาอย่างยาวนาน ได้การยอมรับจากโรงเรียนทั่วประเทศในเรื่องการเป็นผู้ผลิตหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ และยังมีนโยบายส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง จึงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ทำให้มีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะตอบแทนคืนสู่สังคม โดยร่วมสนับสนุนหนังสือเรียนภาษาอังกฤษที่ใช้ในโครงการนี้ เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่อาเซียนต่อไป” 

สำหรับตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า “ปัญหาส่วนใหญ่คิดว่า นักเรียนไม่สนใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษเอง ยกตัวอย่างห้องเรียนของผม มีนักเรียนทั้งหมด 30 คน แต่มีคนตั้งใจเรียนจริงๆ ไม่ถึง 10 คน เนื่องจากสมัยนี้เทคโนโลยีมีมากมาย เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ ทำให้ดึงความสนใจในการเรียนไปเกือบหมด อีกอย่างคือ คิดว่ามีสื่อการเรียนการสอนออนไลน์เยอะ ทำให้ไปศึกษาเองนอกห้องเรียนก็ได้ แต่พอถึงเวลาจริงก็ไม่ได้ไปศึกษา จึงทำให้ผลการเรียนไม่ดีเท่าที่ควรครับ”

การดำเนินโครงการคืนสู่สังคม : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช และช่อชัยพฤกษ์กับการพัฒนาศักยภาพนักเรียนด้านภาษาอังกฤษ 

ณ โรงเรียนจ่านกร้อง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

  • ครั้งที่ 1 วันที่ 16 สิงหาคม  2557
  • ครั้งที่ 2 วันที่ 23 สิงหาคม  2557
  • ครั้งที่ 3 วันที่ 6 กันยายน   2557
  • ครั้งที่ 4 วันที่ 20 กันยายน  2557
  • ครั้งที่ 5 วันที่ 27 กันยายน  2557

สอบถามข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม: บริษัท พีดูเอ็ด จำกัด โทร.02-3316157 ต่อ 106